RSS

แก้กฎหมาย

ข่าวการแก้กฎหมายมีมาโดยตลอด ถ้าเป็นการเสนอแก้ไขโดยนักการเมือง ก็ชวนให้สงสัยว่าจะแก้กฎหมายเพื่อกลุ่มของตนหรือไม่ แต่ถ้าเป็นการเสนอโดยอาจารย์ผู้ทรงความรู้ ก็ดูน่าเชื่อถือน่าคล้อยตาม เพราะเสนอมาพร้อมก็เหตุผลมากมาย แต่น่าเสียดายที่ไม่ดูไม่สนกระแสสังคม และที่สำคัญคือไม่ดูเรื่องลำดับความสำคัญ กฎหมายแรกที่ควรแก้ไขคือกฎหมายเกี่ยวกับการฉ้อราษฎร์บังหลวง ควรแก้ให้มีการลงโทษนักการเมืองขี้โกงอย่างรุนแรง และไม่ต้องมีคุกแยกสำหรับนักโทษการเมือง หรือถ้าจะแยกก็ขอให้แยกเป็นแบบโหดพิเศษ

ขอย้ำอีกครั้งว่าการโกงไม่ใช่เรื่องดี ผมเคยอ่านโพลล์บอกว่าคนไทยเกินครึ่งรับได้ถ้าโกงแล้วมีผลงาน คือถ้าให้เลือกระหว่าง ซื่อแต่ทำงานไม่เป็น กับ ทำงานเก่งแต่โกง ก็ให้เลือกข้อหลัง ซึ่งอันนี้ไม่ถูก เพราะในความเป็นจริงเรามีอีกสองตัวเลือกคือ โกงด้วยและทำงานไม่เป็นด้วย กับ ซื่อสัตย์สุจริตและทำงานเก่ง คนไทยหลายสิบล้านคน เป็นไปได้หรือที่จะไม่มีคนในกลุ่มสุดท้าย เรามีตัวเลือกอยู่แล้ว ไม่จำเป็นเลยที่ต้องเลือกพวกเก่งแต่โกง หรือถ้ามีแค่สองตัวเลือกแรก ผมก็ขอเลือกซื่อแต่ทำงานไม่เป็น เพราะจุดอ่อนตรงนี้แก้ง่ายมาก คือให้เขาหาที่ปรึกษาเก่งๆมาช่วย ซึ่งด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์อยากให้ประเทศรุ่งเรืองก็จะช่วยทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรือง แต่เจตนาที่จะโกงชาติก็ย่อมที่จะทำให้ชาติดิ่งลงเหว ตรงไปตรงมามาก

ย้อนกลับมาที่กฎหมายที่เสนอแก้ไขกันในช่วงนี้ เท่าที่อ่านจากข่าว เป็นการเสนอเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมือง ถ้าเป็นข้อเสนอด้วยใจบริสุทธิ์ที่อยากจะเห็นประเทศพัฒนา ผมเห็นว่าเป็นความคิดที่ไร้เดียงสา เพราะการพัฒนาประเทศต้องพัฒนาการศึกษา ต่อให้ใช้โครงสร้างที่ดีเลิศเพียงใด ถ้าคนในประเทศยังไม่มีความรู้ (+ค่านิยมผิดๆเกี่ยวกับการโกง) ประเทศย่อมไม่มีทางเจริญ เขียนกฎหมายมาอีกร้อยฉบับ แก้อย่างไรย่อมไม่เจริญถ้าประชาชนไม่มีความรู้

เราต้องให้ความสำคัญกับเสรีภาพทางการศึกษา มากกว่าเสรีภาพทางการแสดงออก สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่ทำให้คนเราต้องเท่าเทียมกันในเรื่องการพูด (ผมสงสัยจริงๆว่าคนที่เสนอแก้กฎหมายกลุ่มนั้นกล้าพูดวิจารณ์เจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานของเขาตรงๆแรงๆหรือ?) แต่คนเราต้องเท่าเทียมกันในเรื่องการศึกษา เรียนแข่งกันบนสนามเดียวกัน คนที่พอมีตังค์เข้าเรียนกับครูอุ๊ได้ คนไม่มีเงินก็เข้าถึงครูแอ๊ะได้ (หมายถึงใครก็ได้ที่สอนเคมีเก่งอันดับ top ten ของประเทศ) โดยมีวิดีโอคลิปที่ครูแอ๊ะสอนโพสท์ลง youtube.com คนรวยซื้อ Campbell มาอ่านได้ คนจนก็มีหนังสือชีวะคุณภาพน้องๆ (หรือหลานๆ) ของ Campbell ให้อ่าน เรียกว่าความรู้อะไรที่ Campbell มีให้ หนังสือเล่มนั้นก็มีให้เช่นกัน และเทคนิคการทำข้อสอบอะไรที่ครูอุ๊มี ครูแอ๊ะก็มีเหมือนกัน

คำถามคือคนจนจะดูวิดีโอคลิปหรือมีหนังสือให้อ่านได้ไง ก็ต้องมี OTOL (one tumbol one library) ที่มีอินเทอร์เน็ทให้ใช้ มีตำราดีวางกองอยู่ให้อ่าน เปิดแอร์เย็นๆ บรรณารักษ์ใจดีกับทุกคนยกเว้นพวกเกรียน เปิด 7-11 คือ 7am to 11pm จัดทุกอย่างให้พร้อมสำหรับคนอยากเรียน ไม่ว่าจะยากดีมีจน ก็ได้รับความรู้จากแหล่งที่มีคุณภาพไม่ต่างกัน ไม่มีหวงวิชา ทุกคนได้เรียนแข่งกันบนสนามเดียวกัน

เสรีภาพทางการศึกษาจะส่งผลให้กลไกเสรีภาพทางเศรษฐกิจทำงานได้ คนเราจะขออะไรมากไปกว่าความกินดีอยู่ดี และความกินดีอยู่ดีขึ้นกับเสรีภาพทางเศรษฐกิจและไม่เกี่ยวอะไรเลยกับเสรีภาพทางการเมือง [อ่านเพิ่ม]

ผมแนะนำให้คนที่เสนอแก้ไขกฎหมาย ถ้าท่านต้องการพัฒนาประเทศจริงๆ ควรจะนำความรู้เกี่ยวกับกฎหมายของท่านมาสอนผ่าน youtube.com เหมือนกับหน้าที่ของฮีโร่คือต้องช่วยคน (great power comes with great responsibility) หน้าที่ของคนที่มีความรู้คือต้องถ่ายทอดความรู้ต่อ เพราะความรู้ของเราส่วนใหญ่ก็เป็นสิ่งที่คนอื่นให้มาหรือคิดมาให้ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย รัฐบาลก็ออกเงินช่วย ยิ่งรู้มากก็ยิ่งควรถ่ายทอดออกไปให้มาก ถึงจะเรียกว่าได้ใช้หนี้ ได้ตอบแทนบุญคุณ

 
Leave a comment

Posted by บน 28 มกราคม 2012 in Uncategorized

 

สัมภาษณ์คุณสิริ

What is your name?
My name is Siri. But you knew that already.

How are you?
I’m fine. Thanks for asking.

What is your nationality?
I’m not allowed to divulge that information.

How old are you?
I don’t see why that should matter.

Where are you?
I’m right here.

Can you tell me a story?
Once upon a time… no, it’s too silly.

Can you sing a song for me?
Daisy, Daisy, give me your answer do.

Can you tell me a joke?
Two iPhones walk into a bar… I forget the rest.

You are funny.
I’ll take that as a compliment.

What is your opinion about Android?
I’d rather not say.

What is the best smart phone?
The one you’re holding.

Do you believe in God?
My policy is the separation of spirit and silicon.

You are so smart.
You think so.

What is the meaning of life?
I give up.

 
Leave a comment

Posted by บน 10 มกราคม 2012 in Uncategorized

 

ราคาก๊าซและแก๊ส

รสนา โตสิตระกูล [กล่าวถึงราคาก๊าซ]

ราคาก๊าซในตลาดโลกเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2554 อยู่ที่ 2 เหรียญ 79 เซ็นต์ต่อ 1 ล้านบีทียู 1 ล้านบีทียู เป็นค่าความร้อน ถ้าแปลงให้เป็นกิโลกรัมก็คือเท่ากับ 27.82 กก. พอเป็นเงินไทยเฉลี่ยตกที่กิโลกรัมละ 3.37 บาท นี่คือต้นทุนตลาดโลก มันสะท้อนต้นทุนตรงไหน (ปตท.ตั้งต้นทุน 8.39 บาท)

อีกทั้งราคาก๊าซธรรมชาติปี 2007-2011 ขึ้นสูงสุดเมื่อปี 2008 หลังจากนั้นต่ำลงเรื่อยๆ ทิศทางในตลาดโลกเป็นขาลง แต่คุณกลับสวนขึ้นและขึ้นในยามที่คนกำลังลำบากจากปัญหาน้ำท่วม

อยากให้ประเทศไทยมีหลายๆองค์กรที่ยอมสละเงินเดือนงามๆ โบนัสสวยๆ สวัสดิการหล่อๆ เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศมีความสุข

 
Leave a comment

Posted by บน 10 มกราคม 2012 in Uncategorized

 

เรียนดีเพราะมองวิชาในแง่ดี

อ่านบทความของ ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย ปริญญาเอกด้านฟิสิกส์ แต่อดีตเคยเรียนฟิสิกส์ไม่เข้าใจ และเคยมีเจตคติอันเลวร้ายต่อวิชาฟิสิกส์ เคมี และคณิตศาสตร์ ถึงกับบอกคุณแม่ว่าเขาอยากย้ายไปเรียนสายศิลป์ แต่ก่อนที่จะได้ย้ายสาย เขาอ่านหนังสือฟิสิกส์ของ สสวท. (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) แบบประชด คืออ่านทีละคำตั้งแต่ปกหน้า แต่อ่านแบบไม่กดดัน คือไม่คำนึงถึงผลสอบ เพราะจะย้ายสายอยู่แล้ว ปรากฏว่าเขากลับเห็นว่าคำอธิบายในหนังสือเล่มนั้นเข้าท่ากว่าในคู่มือเตรียมสอบซึ่งไม่ค่อยแสดงการพิสูจน์และไม่ค่อยมีคำอธิบายที่มีเหตุผล ผลออกมากลับเป็นเขาได้คะแนนอันดับหนึ่งของห้อง

ผมจะไม่พยายามที่จะ “ตั้งใจ” เรียนวิชาใดๆ เลย หากแต่ผมจะเริ่มจากการมองวิชานั้นในแง่ดีๆ หาประเด็นดีๆ ในวิชานั้นเท่าที่ผมพอจะมองเห็นได้และเริ่มอ่านมันตามแบบของผมเองแบบสบายๆ

 
Leave a comment

Posted by บน 8 มกราคม 2012 in Uncategorized

 

วันที่ 2 มกราคม วันขึ้นปีใหม่

วันที่ 1 มกราคม บางท่านอาจจะพบกับสิ่งไม่พึงปรารถนา เช่น รถชน โดนด่า อาหารเป็นพิษ ฯลฯ ซึ่งหลายคนอาจจะเห็นว่าเสียฤกษ์ เริ่มต้นปีก็ไม่สวยเสียแล้ว

มีหลายวิธีคิดที่อาจจะทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวลดลงไปได้

เช่น คิดว่าเราโชคร้ายครั้งนี้ก็ดี ต่อไปก็น่าจะเจอเรื่องดี คนเราพบทั้งเรื่องดีและร้าย ไม่มีใครที่จะเจอเรื่องร้ายไปตลอดและไม่มีใครที่เจอแต่เรื่องดีๆ และอันที่จริงเรื่องดีและร้ายมันก็เข้ามาหาเราโดยไม่เลือกวันและเวลา เพียงแต่เราเป็นคนกำหนดเองว่าวันไหนที่เป็นวันที่เราอยากเจอแต่เรื่องดีๆ เหมือนกับที่ “หมัดเหล็ก” เขียนลงในคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” ในหนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ”

การเข้าสู่ศักราชใหม่ของปี 2012 หรือ พ.ศ.2555 อันที่จริงแล้วอาจจะเป็นสัญลักษณ์การเปลี่ยนแปลงของเวลาโลก และเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ที่เรามักจะนำมาเป็นเวลาเริ่มต้นของวิถีชีวิต แต่เวลาไม่สามารถจะกำหนดว่าอะไรดีหรือไม่ดี อะไรถูกต้องหรือไม่ถูกต้องได้ มนุษย์ต่างหากที่เป็นผู้กำหนด แม้แต่การนับเวลาก็ตาม

เราเลือกวันที่จะเจอเรื่องดีไม่ได้ ถ้าเราเลือกได้เราคงเลือกให้ทุกวันเป็นวันที่เจอแต่เรื่องดี แต่ถ้าขอได้ บางคนก็ขอให้วันปีใหม่เป็นวันที่เราเจอแต่เรื่องดี อันนี้ก็ให้เราคิดตั้งคติขึ้นเอง เช่น วันที่ 2 มกราคม วันขึ้นปีใหม่ของปีตามวรเศรษฐคติ (วอ-ระ-เสด-ถะ-คะ-ติ) เหมือนกับที่วันตรุษจีน (ปีใหม่จีน) ตรงกับวันที่ 1 เดือน 1 ตามจันทรคติของจีน หรือเหมือนกับวันสงกรานต์ (ปีใหม่ไทย) คือวันที่ 13 เม.ย.

หากจะนำข้อความไปใช้ ต้องแสดงที่มา และห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์

ปล. หลายครั้งในวันปีใหม่ที่ผมเห็นหมา แล้วผมก็สงสัยว่าพวกมันรู้ไหมว่าวันที่ 1 มกราคม เป็นวันสำคัญของมนุษย์

 
Leave a comment

Posted by บน 4 มกราคม 2012 in Uncategorized

 

อวยพรปีใหม่

เทศกาลปีใหม่เป็นเทศกาลแห่งของขวัญและการอวยพร บางคนอาจจะชอบอวยพรในสิ่งที่อีกคนไม่มี คือคิดว่าถ้าผู้รับมีอยู่แล้วจะอวยพรไปทำไม แต่จิตใจคนเราซับซ้อน คำอวยพรจากความปรารถนาดี เมื่อถึงหูผู้รับอาจถูกตีความเป็นคำตำหนิได้

อวยพรให้ : หุ่นดี
ได้ยินว่า : ยายอ้วน

อวยพรให้ : หนังสือขายดี
ได้ยินว่า : นักเขียนไส้แห้ง

อวยพรให้ : มีแฟน
ได้ยินว่า : ชาวคานทองนิเวศน์

อวยพรแบบ safeๆ คืออวยพรแบบไม่เจาะจง เช่น ขอให้มีความสุข ขอให้รวย อาจจะฟังดูน่าเบื่อ แต่ก็ปลอดภัย

 
Leave a comment

Posted by บน 1 มกราคม 2012 in Uncategorized

 

ถึงไม่มีกินแต่… ขวดเดียวก็ไม่แตะ

ในระหว่างเหตุการณ์น้ำท่วม เจ เจตริน สอนลูกว่า

น้ำมาบริจาคที่บ้านผม 400 – 500 แพ็คเป็นโกดังใหญ่ แต่วันนั้นน้ำจะท่วมบ้านผม ผมพาลูกไปบิ๊กซีหน้าหมู่บ้านไปซื้อน้ำกลับมาบ้าน 3 – 4 แพ็ค ลูกคนเล็กถามทำไมไม่เอาน้ำที่อยู่บ้านกิน ผมบอกกินไม่ได้ลูก อันนี้น้ำเขาเอามาบริจาค เดินผ่านน้ำกองใหญ่โต น้ำในบ้านถึงไม่มีกินแต่เราก็ไม่แตะ ขวดเดียวก็ไม่แตะ เขาถึงได้เข้าใจว่า อันนี้คือการให้ อันไหนของเราก็คือของเรา เราทำให้เขาเห็นความซื่อสัตย์ความเสียสละ

 
Leave a comment

Posted by บน 21 ธันวาคม 2011 in Uncategorized

 

อบรม iReport ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)

วันที่ 14 ถึง 16 ธ.ค. 2554 ผมเป็นวิทยากรอบรม iReport ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ผมสอนการออกแบบรายงานด้วย iReport, การใช้ JasperServer, สาธิตการใช้ JasperServer Portlet กับ Liferay ซึ่งเป็น open source portal Read the rest of this entry »

 
Leave a comment

Posted by บน 18 ธันวาคม 2011 in Uncategorized

 

ป้ายกำกับ:

แจกแท็บเล็ทเด็กป.1

พูดแบบน่าฟังคือนโยบายแจกแท็บเล็ทเป็นนโยบายที่ล้ำยุคมากๆ ในอนาคตไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็ก ป.1 ทุกคนจะมีแท็บเล็ทหรืออุปกรณ์ post tablet ใช้งานกัน (เหมือนอย่างตอนนี้เราใช้สมุดแทนกระดานชนวน?) แต่ในตอนนี้เราน่าจะเอาเงินไปทำอย่างอื่นจะดีกว่าไหม?

กาแฟดำ (สุทธิชัย หยุ่น) เขียนไว้ในบทความชื่อ `แทบเล็ตไม่เกี่ยวกับ ‘ปฏิรูปการศึกษา’` ว่าน่าจะเอางบประมาณไปพัฒนาครู

เราจะสับสนระหว่าง “เนื้อหา” กับ “รูปแบบ” หรือไม่?

ในฐานะคนเขียนหนังสือ ผมอยากให้เอาเงินไปสร้าง content (เนื้อหา) ดีๆ หรือสนับสนุนให้คนมีกำลังใจสร้าง content ดีๆ ลบคำว่า “นักเขียนไส้แห้ง” ให้หมดไปจากผืนแผ่นดินไทย

กาแฟดำเขียนบทความ `บิล เกตส์ ทุ่มเงินแก้ปัญหาการศึกษา ด้วยการยกระดับครู ไม่ใช่แจกคอมพ์` ว่า

แม้แต่จะแจกคอมพ์ [บิล เกทส์]ก็ยังไม่เคยคิดว่าจะเป็นวิธีการปฏิรูปการศึกษาเลย”

ศ.ดร.ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นว่าควรพัฒนาครูดีกว่าแจกแท็บเล็ท เขาให้สัมภาษณ์ไว้ดังนี้

วัยเด็กขณะนี้ต้องการการฝึก อ่าน วิเคราะห์ มากกว่า น่าจะนึกถึงการพัฒนาครูให้มีสัดส่วนเพียงพอต่อเด็กนักเรียน ถ้ารัฐลงทุนในด้านคุณภาพของครูและปริมาณของครูที่จะเพียงพอต่อเด็กจะดีกว่า มีคุณภาพกว่าการลงทุนกับแท็บเล็ตซึ่งเป็นอุปกรณ์การเรียนของเด็ก … ผมพยายามอธิบายหลายครั้งแล้วว่าแท็บเล็ตของเด็กจะไม่เหมือนกับของผู้ใหญ่ ของเด็กจะใช้ฝึกประสาทสัมผัสเพื่อให้เด็กเตรียมพร้อมการเจริญวัยของเด็กตั้งแต่ 3-8 ขวบ ที่มีพัฒนาการสมองสูงสุด เราพยายามให้เด็กคิดและจินตนาการ … แท็บเล็ตไม่ได้เน้นเรื่องประสาทสัมผัสหรอก แต่แท็บเล็ตมันเน้นเรื่องการค้นคว้าหาข้อมูล ซึ่งเด็กในวัยมัธยมลงไปไม่เหมาะกับการใช้เครื่องมือนี้

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร (ผู้บริหารบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด) เห็นด้วยว่าควรพัฒนาครู เธอเขียนในบทความ “ลดราคาน้ำมัน-ให้ Tablet PC บั่นทอนการสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืน” ไว้ดังนี้

เงินที่ซื้อ Tablet PC ควรเอามาใช้พัฒนาครู ทำอย่างไรให้คนเก่งอยากเป็นครู ทำอย่างไรให้ครูดีมีอยู่ทุกที่ทั่วประเทศ ทำอย่างไรให้ครูมีรายได้เพียงพอ มีเวลาในการพัฒนาการสอน ไม่ต้องไปสอนพิเศษ … ถึงแม้การสร้างครูที่ดีใช้เวลานาน และมีปัญหาหลายมิติมาก แต่ถ้าทำได้ก็จะเป็นการสร้างอนาคตของชาติที่มีคุณภาพได้ตลอดไป คอมพิวเตอร์สอนได้อย่างมากที่สุดคือความรู้ แต่ครูสอนได้มากกว่าความรู้คือ สอนให้คิด สอนชีวิต สอนวินัย สอนใจ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีคุณค่ามากกว่า

ผมขอเสริมโดยการ Replace All ย่อหน้าที่แล้ว โดยแทนที่ ครู ด้วยคำว่า นักเขียน แล้วลบข้อความตั้งแต่ … ออกไป

และขอเสริมว่าการสอนที่ดีที่สุดคือการทำให้ดูเป็นแบบอย่าง พ่อแม่ที่ไม่อ่านหนังสือจะพูดปาวๆให้เด็กอ่านหนังสือ เด็กคงจะอินกับคำพูดได้ยาก

เสาวนีย์ นิ่มปานพยุงวงศ์ เขียนบทความ “เสียงสะท้อน’ครู-ผู้ปกครอง’เด็กป.1ไม่พร้อมใช้’แท็บเล็ต’” ว่า

นางสุธาทิพย์ ธัชยพงษ์ รองประธานมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก บอกว่าการจะพัฒนาการเรียนรู้ของเด็ก ควรส่งเสริมให้เด็กอ่านหนังสือตั้งแต่เล็กๆ จะดีกว่า เพราะเป็นการส่งเสริมพัฒนาการสมอง และความรู้รอบด้านของเด็ก ทำให้เด็กจะรู้จักแยกแยะว่าอะไรดี อะไรไม่ดี

รศ.นพ.ศิริไชย หงษ์สงวนศรี จิตแพทย์เด็ก คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี บอกว่าปัญหาเด็กติดเกมและหลงสื่อออนไลน์มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจึงไม่เห็นด้วยที่จะเริ่มปลูกฝังให้เด็กใช้สิ่งเหล่านี้ตั้งแต่วันที่ยังไม่รู้จักแยกแยะ ยังสนใจความสนุกสนาน ดังนั้นแท็บเล็ตอาจถูกนำมาใช้เพื่อการเล่นเกมส์ ปัญหาของเด็กติดเกมส์ก็จะเกิดขึ้นตามมา

คนที่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ (ต่อไปขอเรียกว่า pro) บอกว่าเด็กนำแท็บเล็ทไปเล่นเกมก็ไม่เห็นเป็นไร เพราะเขาก็เล่นเกมแต่ก็เติบโตเป็นผู้เป็นคนได้ แถมเล่นเกมบ่อยๆอาจจะช่วยในการเป็นนักพัฒนาหรือออกแบบเกมในอนาคต ผมก็เห็นด้วยว่าการเล่นเกมไม่เป็นไร ผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่เล่นเกมจนสอบไม่ติด แต่ตอนหลังก็ฟิต ทำให้ได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยดีๆได้ เสียเวลาไปแค่หนึ่งปี ถึงแม้นี่จะเป็นยกตัวอย่างของคนแค่คนเดียว แต่ผมเชื่อว่าผู้อ่านน่าจะมีคนรู้จักที่ได้รับผลเสียจากการเล่นเกม ผมเห็นว่าการเล่นเกมไม่เป็นไรถ้าเล่นอย่างมีวินัยและรู้จักแบ่งเวลา ซึ่งค่อนข้างยากและเป็นเรื่องชวนปวด head สำหรับผู้ปกครอง และถึงแม้จะมีเกมเพื่อการศึกษา แต่ก็มีปริมาณน้อยและมีคุณภาพ (ในแง่ของกราฟิก ปัจจัยความเสพติด ฯลฯ) สู้เกมเพื่อความบันเทิงไม่ได้ (แต่เล่นการเกมเพื่อความบันเทิงก็ไม่เห็นเป็นไร? ประชาชนก็ควรได้รับความบันเทิงบ้าง อะไรบ้าง?) ส่วนเรื่องการเป็นนักพัฒนาเกมในอนาคตก็เป็นไปได้ อะไรๆก็เป็นไปได้ทั้งนั้น แต่ความน่าจะเป็นล่ะ?

pro ใช้ประโยคคลาสสิค โจมตีผู้ไม่เห็นด้วยว่า “ไม่รับฟังความเห็นที่แตกต่าง” แต่ผมอ่านเจอในเว็บ มีคนแย้งประโยคคลาสสิคได้ เขาบอกว่า “ต้องดูด้วยความความเห็นที่แตกต่างนั้น มาจากคนที่น่าเชื่อถือหรือไม่” อธิบายง่ายๆคือ ให้ pro บอกที่บ้านว่าจะเอาเงินไปซื้อหุ้นสักล้านนึง แฟนบอกให้ซื้อตัวนี้ ลูกบอกให้ซื้ออีกตัว และเฉาก๊วยก็บอกอีกอย่าง อันที่จริงทั้งสามคนก็ไม่รู้คำตอบทั้งนั้น แต่ความน่าจะเป็นที่ใครจะตอบถูกมีมากกว่ากัน? pro ควรจะเชื่อใคร? และผมขอเสริมว่านอกจากนั้นเราดูด้วยว่าความเห็นที่แตกต่างมีเหตุผลดีๆรองรับด้วยหรือไม่

คนที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้บางคนก็บอกว่าเด็กรักษาสมบัติไม่ได้ ทำหาย ทำหล่น (ถ้าหายแล้วไม่ต้องรับผิดชอบ ผมว่าอาจจะมีคนเอาไปขายแล้วบอกว่าหาย แต่ถ้าหายแล้วต้องรับผิดชอบ งานนี้ผมว่าผู้ปกครองหลายคนคงขอไม่รับ) pro แย้งว่า ผู้ใหญ่บางคนก็ทำแท็บเล็ทหาย อันนี้ก็โต้แย้งไม่ยาก ด้วยหลักความน่าจะเป็นกับความเป็นไปได้ นั่นคือเป็นไปได้ที่ผู้ใหญ่จะทำของหาย แต่ความน่าจะเป็นที่ผู้ใหญ่ทำของหายนั้นน้อยกว่าเด็กเยอะ ให้ pro ไปร้านทอง และซื้อทองหนึ่งบาท แล้วถามตัวเองว่าจะฝากทองกับใครระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่

pro บางคนบอกว่าแท็บเล็ทสามารถสร้างเนื้อหาได้ง่าย ผมก็สงสัยว่าเด็กจะสร้างเนื้อหาอะไร และใครจะอ่านเนื้อหานั้น (pro อ่านไหม?) เป็นไปได้ว่าในจำนวนหลายล้านเนื้อหาที่เด็กสร้าง ต้องมีเนื้อหาดีๆอยู่บ้าง (เป็นไปได้ แต่ความน่าจะเป็นอาจจะน้อย) แต่ถ้าเอางบประมาณ 1,500 ล้าน ไปจ้าง super ศ. หรือ incredible อ. ให้เขียนหนังสือ 15,000 เล่ม ดีกว่าไหม เก็บไว้เป็นสมบัติของชาติ ยั่งยืนกว่าแท็บเล็ทที่ใช้แค่ 2 ปีก็ตกรุ่น

pro บางคนก็เปรียบเทียบกับการเรียนภาษาหรือการเรียนดนตรี ว่ายิ่งเริ่มตอนเด็กเท่าไรยิ่งดี ผมคิดว่าเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย เพราะทักษะการเป็น user ใช้เวลาในการเรียนรู้แป๊บเดียว และไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นเรียนในวัยเด็กน้อย เรียนตอนเป็นเด็กโตผมคิดว่าผลก็ไม่ต่างกันมาก

pro บางคนบอกว่าไม่แน่ว่าอาจจะเป็นโอกาสที่ทำให้การศึกษาไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะนักเรียนสามารถดาวน์โหลดหนังสือราคาถูกมาอ่านได้ อันนี้ก็น่าสนใจ เพราะว่ามีผู้ใช้แท็บเล็ทมากขึ้นแปลว่าตลาดหนังสือมีขนาดใหญ่ขึ้น (ไม่ได้ใหญ่ขึ้นเท่ากับจำนวน tablet user แน่ๆ) ถึงแม้จะขายในราคาถูกๆ แต่รายได้น่าจะมากขึ้น เพราะต้นทุนน้อยลง คือไม่ต้องเสียค่าพิมพ์ แต่ผมก็อยากจะรู้ความน่าจะเป็นไปที่จะกดปุ่มโหลดแอพเกมฟรี กับปุ่มสั่งซื้อหนังสือราคาถูก ว่าปุ่มไหนจะถูกกดมากกว่ากัน และระหว่างที่กำลังอ่านอีบุ๊ค`ถูกๆ`อยู่นั้น เพื่อนก็ส่งข้อความคุยกับเราด้วยแอพในแท็บเล็ท เราจะอ่านอีบุ๊ค`ถูกๆ`รู้เรื่องไหม อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ pro ท่านนั้นเห็นว่าการศึกษาจะเติบโตแบบก้าวกระโดดเพราะหนังสือราคาถูกแล้วนักเรียนก็เลยโหลดมาอ่าน ผมไม่อ่านหนังสือเพราะว่ามันราคาถูก ผมอ่านหนังสือเพราะผมต้องการความรู้ และความรู้เกิดจากการอ่านหนังสือดีๆ ไม่ใช่เกิดจากการที่มีอีบุ๊คจำนวนหลายสิบหลายร้อยเล่มเก็บอยู่ในเครื่อง

การปฏิรูปการศึกษาต้องทำให้มีหนังสือดีมีราคาที่เหมาะสมกับคุณค่าของมัน นั่นคือคนเขียนต้องได้ส่วนแบ่งรายได้ที่ทำให้มีกำลังใจ ทำให้คนเก่งๆอยากเข้ามาในวงการเขียนหนังสือ

หากจะนำข้อความไปใช้ ต้องแสดงที่มา และห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์

แจกแท็บเล็ทเด็กป.1
แจกแท็บเล็ตเด็กป.1
แจกแทบเล็ทเด็กป.1
แจกแทบเล็ตเด็กป.1
แจกแทบเลทเด็กป.1
แจกแทบเลตเด็กป.1

 
2 Comments

Posted by บน 5 ธันวาคม 2011 in Uncategorized

 

บริจาคเงินให้เว็บ Wikipedia

เชิญชวนผู้ใช้งานเว็บ Wikipedia บริจาคเงินให้เว็บครับ คลิกที่นี่เพื่อบริจาค อย่าลังเลที่จะบริจาคเงินให้เว็บที่เราใช้งานเป็นประจำครับ

Imagine a world in which every single person on the planet has free access to the sum of all human knowledge.
—Jimmy Wales, Founder of Wikipedia

 
Leave a comment

Posted by บน 18 พฤศจิกายน 2011 in Uncategorized

 
 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.