โครงการ e-book โดยซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์

เมื่อวานไปฟัง โครงการ e-book โดยซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ที่สโมสรกองทัพบก

เปิดงานด้วยวิดีโอเกี่ยวกับซีเอ็ด ปณิธานร่วมของชาวซีเอ็ด คือ “เรามุ่งมั่น…..ที่จะทำให้คนไทยเก่งขึ้น

สอนคอมฟรี

หลังจากนั้น ทนง กรรมการผู้จัดการของซีเอ็ด มานำเสนอเป็นคนแรก ใส่เสื้อยืดสีดำ มีคำว่า challenge เขียนอยู่บนเสื้อ แสดงให้เห็นว่าการมาถึงของอีบุ๊ค เป็นเรื่องที่ท้าทาย

เขากล่าวถึงวิธีการสะกดคำว่าอีบุ๊คที่ถูกต้อง e-book (ตาม dictionary) eBook (ร้านค้าชอบเขียนแบบนี้ อาจเพราะได้รับอิทธิพลจาก iPhone, iPad) และก็มีคำว่า ePub (เครื่องหมายการค้า) EPUB (ผู้คิดค้นสะกดแบบนี้) eReader (การค้า) e-reader (ใช้ในการเขียนทั่วๆไป บทความ) E Ink (ผู้คิดค้นสะกดแบบนี้) Eink (การค้า) สรุปคือถ้าขึ้นต้นว่า e ตัวเลข แล้วเขียนอีกคำติดกันโดยคำนั้นขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ จะเป็นเรื่องทางการค้า ส่วนถ้าเป็น e- จะเป็นการเขียนตามพจนานุกรม

ผมเคยได้ยินว่าคำที่เกิดจากการผสมกัน ตอนแรกก็จะอยู่ห่างกัน (คั่นด้วย space) แต่ถ้าใช้บ่อยๆก็จะมี hyphen – มาแสดงความสัมพันธ์ที่แน่นขึ้น และถ้าใช้บ่อยๆอีกก็จะเขียนติดกันไปเลย (ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น) แต่ก็ไม่น่าจะเป็นกฎที่จริงเสมอไป

ทนงเล่าว่าสำนักพิมพ์ DK (ต่างประเทศ) ที่ทำหนังสือที่มีรูปสวยๆ เขาทำ Human’s Body App คือคิดนอกกรอบอีบุ๊คไป

ต่อมาเขาก็เล่าถึงการเติบโตของ eBook ในต่างประเทศ ผมก็ไม่รู้ว่าเลขเหล่านี้จะบอกอะไรเกี่ยวกับเมืองไทยได้ขนาดไหน เพราะพฤติกรรมการอ่านและความซื่อสัตย์ต่างกันอยู่พอสมควร

และเขาเล่าถึงโครงการอีบุ๊คของซีเอ็ด ว่าจะใช้โปรแกรมของ Adobe เช่น Adobe InDesign, Content Server, Digital Edition (ดูแผนภาพ) และทำ app สำหรับอ่านอีบุ๊ค เขาบอกว่าตรงนี้ใช้เงินลงทุนมหาศาล (ซึ่งซีเอ็ดจะช่วยให้สำนักพิมพ์ทั่วไปไม่ต้องแบกภาระตรงนี้)

โปรแกรม Adobe Content Server มีความสามารถหลายอย่าง เช่น จัดเก็บอีบุ๊ค ส่งอีบุ๊ค และจัดการสิทธิ์ดิจิทัล (digital right management – DRM – คนไม่ซื้อไม่สามารถอ่านได้) อ้างอิง

For publishers, retailers, and ASPs, Adobe Content Server is the only system that integrates preparation, procurement, distribution, fulfillment, and rights management of digital content, representing the most complete market offering at the lowest cost.

ราคา Adobe Content Server

Content Server 4 will be available for the initial fee of $6500USD, with no limits on the amount of content able to be protected or fulfilled, and will also include a pay-per-use subscription to a digital signing service.

เห็นราคาที่ยังไม่รวม hardware ฯลฯ แล้วสำนักพิมพ์วรรณิกคงไม่ซื้อ server นี้แน่ๆ เพราะว่าปีหนึ่งทำหนังสือแค่ 1-3 ปก แต่คิดว่าสำนักพิมพ์ขนาดใหญ่เช่น อัมรินทร์ แจ่มใส น่าจะซื้อเป็นของตัวเองได้ และสำหรับนักเขียนที่ไม่ต้องการบรรณาธิการ ถ้าเขียนหนังสือไปขายที่ amazon.com จะได้ 70% (ตอนนี้ยังไม่รองรับภาษาไทย) อีกช่องทางหนึ่งคือขายที่ iBookstore ซึ่งผมไม่ทราบรายละเอียด อาจจะลองดูที่เว็บ lulu

ก่อนหน้านี้ได้เมลที่มีข้อความต่อไปนี้จากซีเอ็ด

สำนักพิมพ์ของท่านมีหน้าที่เพียงเตรียมไฟล์การจัดหน้าของหนังสือเหล่านั้นไว้ในรูปแบบของไฟล์ PDF และ/หรือ ไฟล์ ePUB (ที่ทำด้วยโปรแกรม Adobe InDesign 5.5) ที่เหลือทางซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์จะดำเนินการแปลงต่อเป็นไฟล์ eBook ที่มีระบบ DRM ระดับโลก ครอบอยู่ให้ และดำเนินการซื้อขายให้จนเสร็จสิ้น โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น นอกเหนือจากส่วนลดการค้าปกติเมื่อขายได้เท่านั้น

ส่วนลดการค้าปกติคือ 40%

วันที่ 17 ตุลาคม 2554 ได้รับเมลที่มีส่วนของเนื้อหาต่อไปนี้จากซีเอ็ด

ไม่มีเงื่อนไขอื่น เป็นเงื่อนไขเดียว ไม่ว่าจะขายผ่านช่องทางใด ไม่ว่าจะเป็น platform ใด ไม่ว่าจะผ่าน Operator ใด คือ ส่วนลด 30% จากราคาขาย e-book + 8 บาท (ค่าระบบป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ ที่เรียกว่า ระบบ DRM และค่าดำเนินการอื่นๆ)

ถ้าอีบุ๊คราคา 80 บาท ก็ต้องจ่ายให้ซีเอ็ด 40% เหมือนเดิม

สำนักพิมพ์ของต่างประเทศ เช่น O’Reilly, Apress, The Pragmatic Programmers ไม่ใส่ DRM ลงในอีบุ๊ค ก็เข้าใจว่าคนต่างชาติส่วนใหญ่เขาซื่อสัตย์กว่าคนบ้านเราส่วนใหญ่ ความไม่ซื่อสัตย์นี่ทำให้อีบุ๊คแทนที่จะมีต้นทุน(สำหรับสำนักพิมพ์)ถูก กลับกลายเป็นว่าต้องหาระบบมาป้องกัน เพิ่มต้นทุนเข้าไปอีก

สงสัยว่า

  • Adobe มีผลิตภัณฑ์สำหรับ eBook ครบวงจรขนาดนี้ ทำไมไม่ทำร้านขายหนังสือขึ้นมาเอง กินค่า royalty กับค่า license อย่างไหนได้มากกว่ากัน?
  • มี open-source content server ไหม?


หากจะนำเนื้อหาไปใช้ ต้องแสดงที่มา และห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์

One thought on “โครงการ e-book โดยซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์

  1. wannik says:

    quote จาก http://bit.ly/vQoOEX

    ดร.พลภัทร์ อุดมผล ผู้เชี่ยวชาญด้าน e-book กล่าว
    “ทวีปอเมริกาเหนือเมื่อสองปีก่อน (2009) ยอดขายหนังสือประมาณ 250 ล้านเหรียญ และยอดขาย e-book ประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ของเล่มกระดาษ ที่อเมริกา[สำนักพิมพ์]จ่ายให้นักเขียนประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเป็น e-book จะประมาณ 21 เปอร์เซ็นต์…”

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s