ทางรอดสำนักพิมพ์เล็ก แสงสลัวอันสดใสที่ปลายอุโมงค์?

สังเกตว่ามีเครื่องหมาย ?

quote จากที่นี่

อ.ปกป้อง บอกว่า ธุรกิจหนังสือเป็นธุรกิจที่เจ๊งตั้งแต่เริ่ม เพราะไม่แน่นอน เสี่ยงมาก เป็นสินค้าที่ไม่จำเป็นทางกายภาพ แต่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต จำเป็นต่อจิตวิญญาณ ต่อสมอง

“ถ้ามองหนังสือผ่านแว่นตาของเศรษฐศาสตร์ หนังสือไม่ใช่สินค้าทั่วไปในตลาด แต่เป็นสินค้าทางวัฒนธรรม ทางปัญญา หนังสือดีมีประโยชน์มาก แต่อาจไม่มีมูลค่าเป็นเงินมากก็ได้ แม้คนอ่านหนังสือคนเดียวแต่สังคมได้ประโยชน์ไปด้วย สังคมได้คนมีคุณภาพมากขึ้น หนังสือกระจายประโยชน์ต่อสังคมมาก

ดังนั้น จึงมีคนพยายามผลิตหนังสือดีเพื่อเป็นต้นทุนสังคม ทว่าพวกเขาต้องแบกรับภาระหนักอึ้งโดยไม่มีใครช่วยเหลือ อันที่จริงเสาหลักของระบบเศรษฐกิจต้องประกอบด้วยตลาด รัฐ และชุมชน ช่วยกันค้ำยันระบบไม่ให้พังทลาย แต่ก็อีกนั่นละ ระบบบ้านเราไม่เป็นระบบ

เอก อัคคี ด้วยไฟแรงซึ่งคุกรุ่นตลอด 16 ปีที่ทำงานที่สยามอินเตอร์บุ๊ค วันหนึ่งเขายอมขายทรัพย์สินเพื่อออกไปโบยบินสู่น่านฟ้าบรรณพิภพ แต่จะร่อนลมได้นานแค่ไหน หรือต้องหล่นมาเจ็บหนัก เจ้าของนามปากกา Mr.QC มีคำตอบ

“ผมอยู่สยามอินเตอร์บุ๊คมา 16 ปี ก็เกิดอาการของขึ้น อยากทำสำนักพิมพ์ของตัวเองแล้ว ก็ไปลาออก เอาบ้านไปจำนอง ได้เงินมาล้านกว่าบาท อยากทดลอง ผมเคยอยู่ร้านหนังสือมาก่อน เป็นพนักงานขาย ต่อมาได้เขียนหนังสือเรื่อง ‘ใครๆ ก็อยากเปิดร้านหนังสือ’ ใช้นามปากกา Mr.QC ขายดีก็เลยคิดว่าตัวเองเอาอยู่ จนทุกวันนี้ ก็ยังเป็นหนี้อยู่

พอได้เงินมาก็ทำสำนักพิมพ์เล็กๆ เจ้านายบอก คิดดีแล้วหรือ ผมก็บอกว่าอยู่มา 16 ปี มีเครือข่าย สายส่งรู้จักหมด โรงพิมพ์ก็รู้จัก เจ๊งครับ พอเรามาทำเองทุกอย่างมีต้นทุน ค่าออกแบบปก จัดรูปเล่ม ตรวจทานอักษร ค่าโรงพิมพ์ ยิ่งเป็นวรรณกรรม เราต้องทำใจว่าจะขายไม่ได้ ในโลกธุรกิจหนังสือเป็นโลกสองโลกในใบเดียวกัน ธุรกิจหนังสือเป็นอุตสาหกรรม โลกวรรณกรรมเป็นโลกของคนตัวเล็กๆ ที่มีความสุขในเรื่องเล็กๆ ที่ตัวเองชอบ เพราะฉะนั้นอย่าไปโวยวายในโลก mass ที่เป็นธุรกิจใหญ่ ผมทำมาประมาณปีกว่า เจ้านายก็เรียกกลับ พอใจหรือยัง เงินหมดแล้วใช่ไหม ก็กลับมาบริหารสำนักพิมพ์ในเครือสยามอินเตอร์บุ๊ค

เรืองเดช จันทรคีรี แต่ไม่รับปากว่าจะสร้างกำลังใจหรือทิ่มแทงใจจนเลือดไหลซิบๆ

เรืองเดช บอกว่า “มี 3 ทาง คือ เลิกเลย เลิกไปทำอาชีพอื่น สอง อย่าเป็นสำนักพิมพ์ขนาดเล็ก คุณต้องไปหาทุนใหญ่มาทำสำนักพิมพ์ขนาดใหญ่ แต่ถ้าใหญ่ไม่จริงตอนนี้ก็อาจจะเจ็บหนัก เว้นเสียแต่ว่า สาม มีระบบคนใหญ่เอื้อคนเล็กๆ แต่มันไม่ใช่ระบบ ระบบในประเทศไทยคือจะกินคนเดียว สวมหมวกก็สวมหลายชั้น เพราะคนอ่านหนังสือคนไทยน้อย เขาจึงต้องหากำไรจากหลายๆ ชั้น แต่ถ้าคนไทยอ่านหนังสือเยอะเขาก็อาจไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้”

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s